อนาคตยกน้ำหนักไทย หลัง 4 จอมพลังสาวถูกตรวจสารกระตุ้นต้องห้าม


ข่าวใหญ่ของวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะวงการยกน้ำหนักไทยในวันนี้ คือ ข่าวที่ 4 จอมพลังสาวทีมชาติไทย ถูกตรวจพบสารกระตุ้นต้องห้าม จากการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกปี 2018 ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน โดยมีชื่อของ 2 จอมพลังสาวเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิลด้วย

สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ หรือ IWF ประกาศว่า พบสารต้องห้ามในตัวอย่างปัสสาวะของ 4 จอมพลังสาวทีมชาติไทย ในศึกยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก 2018 เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน โดยมีนักกีฬาดีกรีระดับเหรียญทองชิงแชมป์โลก และเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งผลการตรวจมาจากตัวอย่าง เอ (Sample A) ซึ่งสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สามารถร้องขอให้ตรวจใหม่ในตัวอย่างบี (Sample B) ทั้งนี้ 1 ใน 4 จอมพลัง เคยถูกตรวจพบสารต้องห้าม และถูกห้ามแข่งขันมาแล้ว 1 ครั้ง ระหว่างปี 2011-2013

ขณะที่ สำนักข่าวเอพี และอีกหลายสำนักข่าวทั่วโลก ระบุชื่อ 4 จอมพลังสาวทีมชาติไทย ที่ถูกตรวจพบสารต้องห้ามในศึกชิงแชมป์โลก 2018 ได้แก่

“น้องแนน” โสภิตา ธนสาร เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 รุ่น 48 กิโลกรัมหญิง ที่จบอันดับ 4 ในศึกชิงแชมป์โลก 2018 ตรวจพบ สารสเตียรอยด์และอาร์ติฟิเชียล เทสโตสเตอโรน หรือ ฮอร์โมนเทียม

ธัญญ่า สุขเจริญ 3 เหรียญทองรุ่น 45 กิโลกรัมหญิงชิงแชมป์โลก 2018

“ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช จอมพลังเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2016 รุ่น 58 กิโลกรัมหญิง ที่คว้า 3 เหรียญทองรุ่น 55 กิโลกรัมหญิงชิงแชมป์โลก 2018 พบสารในกลุ่มอนาบอลิก สเตียรอยด์ และ อาร์ติฟิเชียล เทสโตสเตอโรน

ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล ที่ได้อันดับ 6 ก็ถูกตรวจพบสารแอนโดรสเตน ในกลุ่ม อนาบอลิก สเตียรอยด์ ซึ่งเอพี รายงานข่าวว่า หากผลตรวจขั้นสุดท้ายยืนยันว่าพบสารต้องห้าม มีโอกาสสูงจะถูกห้ามแข่งขัน โดยเฉพาะ สุกัญญา ที่อาจจะโดนถึง 8 ปี เพราะเคยถูกตรวจพบมาแล้วครั้งหนึ่ง

ส่วน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ต้องดูผลสอบสวนจากคณะกรรมการของสมาคมกีฬายกน้ำหนักของไทยอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงจากการใช้สารต้องห้ามเกิดขึ้นเพราะอะไร และใช้จริงหรือไม่ และต้องดูอีกว่าเราสามารถมีข้อกฎหมายหรือข้อโต้แย้งอย่างไร เพราะในกฎการตรวจโด๊ปก็จะให้สิทธิ์นักกีฬาอธิบายเหตุผลในการใช้สาร แต่ถ้าถูกตรวจพบว่านักกีฬาใช้สารต้องห้ามจริง เราต้องมีบทลงโทษให้มีผลกระทบกับนักกีฬาน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการทำลายชีวิตของการเป็นนักกีฬา

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ คนที่ 1 และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย เตรียมแถลงข่าวข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเบื้องต้นได้มีการส่งข้อความในกลุ่มนักข่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก แต่ตนเองได้พูดคุยกับ IWF แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มจาก ตรวจใหม่ในตัวอย่างบี (Sample B) ต่อด้วยตั้งกรรมการ ไต่สวน จากนั้นก็อยู่ที่การเจรจากับสหพันธ์ ซึ่งหากผลที่ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็อาจจะต้องไปต่อกันที่ศาลกีฬาโลกต่อไป แต่ยังยืนยันว่าประเทศไทย จะยังได้จัดการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ในเดือนกันยายน ที่พัทยา เช่นเดิม

โดยตอนนี้ สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ มีคำสั่งแบนนักกีฬาทั้ง 4 คนเป็นการชั่วคราวจนกว่าการไต่สวนจะสิ้นสุด แต่หากพบว่านักกีฬาไม่ได้กระทำผิดกฎ จะแจ้งต่อสาธารณะต่อไป โดยระบุว่า ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก 2018 ที่เติร์กเมนิสถาน สหพันธ์ได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสารต้องห้ามถึง 52 เปอร์เซนต์ของนักกีฬาทั้งหมด แต่ไม่พบสารใดๆ แต่หลังจากนั้นได้มีการนำตัวอย่างมาตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด ที่ห้องแล็บ ในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ทำให้พบว่า นักกีฬาหลายคนใช้กรรมวิธีการโด๊ปยารูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนและทันสมัยกว่าเดิม แต่สหพันธ์ แสดงความพอใจ หลังได้รับแจ้งจากสมาคมยกน้ำหนักไทยว่า จะเร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และมุ่งมั่นในการแก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด

ซึ่งหากผลการตัดสินออกมาว่านักกีฬามีความผิดจริงอาจจะส่งผลต่อกีฬายกน้ำหนักที่อาจจะไม่ถูกบรรจุในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส และส่งผลเสียต่อการพัฒนาของวงการยกน้ำหนักไทยในอนาคตอย่างแน่นอน