การเหยียดผิว!!! ตัวบ่อนทำลายวงการกีฬาโลก


เรื่องใหญ่ของวงการฟุตบอล คาลิดู คูลิบาลี กองหลังทีมชาติเซเนกัล วัย 27 ปีของนาโปลี ถูกแฟนบอลอินเตอร์ มิลาน ตะโกนโห่เหยียดผิว ก่อนที่เขาจะทำฟาวล์ถูกใบเหลืองแดงไล่ออกจากสนามในเกมกัลโช่ เซเรีย อา 

การเหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาตินักกีฬาเกิดขึ้นกับวงการกีฬาทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลยุโรปที่มักจะเกิดเหตุการณ์แฟนบอล เหยียดผิวนักเตะ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปทั่วโลก แม้ว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกียวข้องกับวงการฟุตบอลทั่วโลกจะรณรงค์ในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหยียดผิวและเชื้อชาติได้

โดยเหตุการณ์เหยียดผิวล่าสุด เกิดขึ้นในศึกกัลโช เซเรีย อา ของอิตาลี คู่บิ๊กแมตช์ นัดกลางสัปดาห์ ระหว่าง ทีมงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เปิดสนามจูเซ็ปเป เมอัซซา เฉือนเอาชนะ นาโปลี 1-0 ซึ่งแฟนบอลเจ้าถิ่น แสดงกิริยาเหยียดผิว ทำเสียงลิงล้อเลียน คาลิดู คูลิบาลี ทีมชาติเซเนกัล วัย 27 ปีของนาโปลี ตลอดทั้งเกม แม้ว่าในระหว่างเกม โฆษกสนามจะประกาศเตือนออกไมค์ ถึงสามครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล จนทำให้ คูลิบาลี ตบะแตกไปทำฟาวล์นักเตะอินเตอร์ ก่อนที่จะปรบมือประชดกรรมการจนถูกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 80 ซึ่งจะทำให้ คูลิบาลี ถูกแบน 2 นัดจากประชดกรรมการครั้งนี้  

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ FIGC ประกาศลงโทษ อินเตอร์ ห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมในบ้าน 2 นัด คือ เกมพบ เบเนเวนโต ในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 13 มกราคม และเกมพบ ซาสซูโอโล ในเกมลีก วันที่ 19 มกราคม และเกมเหย้า หรือในบ้านนัดถัดไปที่จะพบ โบโลญญา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ แฟนบอลอินเตอร์ สามารถเข้าชมเกมได้ แต่อัฒจันทร์ฝั่งอุลตร้าถูกสั่งปิด นอกจากนี้เกมไปเยือน เอ็มโปลี วันที่ 29 ธันวาคมนี้ เอ็มโปลี ประกาศไม่ขายตั๋วให้แฟนอินเตอร์เข้าชมอีกด้วย 

ขณะที่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของนาโปลี ได้แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับเหตุการณ์นี้ พร้อมประกาศว่า หลังจากนี้หากลูกทีมของเขาถูกเหยียดผิวอีกแม้แต่ครั้งเดียว เขาจะพาลูกทีมวอล์กเอ้าท์จากสนามทันที แม้ว่าทีมจะถูกปรับให้แพ้ก็ตาม อันเช บอกอีกว่า เขาโมโหมากๆ เพราะทางทีมได้ขอให้หยุดเกมถึง 3 ครั้งหลังจากมีแฟนบอลตะโกนเหยียดผิว คูลิบาลี ซึ่งถือเป็นนักเตะที่มีการศึกษาที่ดี แต่กลับโดนจ้องเล่นงาน มันถือเป็นเรื่องที่แย่ต่อวงการฟุตบอลอิตาลีอย่างมาก

ส่วนนักเตะชื่อดังระดับโลกต่างโพสต์ลงอินสตาแกรม ให้กำลังใจ คูลิบาลี กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เริ่มที่ คริสเตียโน โรนัลโด จากทีมม้าลาย ยูเวนตุส บอกว่า “ในโลกและในเกมฟุตบอล มันควรจะต้องให้ความเคารพต่อกันเสมอ มันต้องไม่มีการเหยียดผิว หรือการกระทำเชิงเหยียดหยามและแบ่งแยกใดๆทั้งสิ้น”

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จากทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล โพสต์ในทวิตเตอร์สนับสนุนต่อต้านการเหยียดผิวว่า “วงการฟุตบอลไม่มีพื้นที่ให้กับการเหยียดผิว ไม่มีที่ไหนที่จะเหยียดผิวได้ทั้งนั้น”

ซาดิโอ มาเน เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล และเพื่อนร่วมทีมชาติเซเนกัลของ คูลิบาลี โพสต์ในอินสตาแกรม  ว่า “ฉันผิดหวังกับสิ่งที่นายต้องเจอ แต่ฉันรู้จักนายดีพอและรู้ว่ามันจะทำอะไรนายไม่ได้ เราภาคภูมิใจในเชื้อชาติของเรา และจะปกป้องมันเหมือนที่เราปกป้องชาติของเรา”

ย้อนดูเหตุการณ์เหยียดผิวที่เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอล โดยเฉพาะนักเตะชื่อดังกันอีกครั้ง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ชมได้ร่วมกันรณรงค์ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับวงการฟุตบอลในบ้านเรา เริ่มที่มาริโอ บาโลเตลลี่ สมัยค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ถูกเหยียดผิวจนร้องไห้ และปัจจุบันค้าแข้งกับนีซ ในลีกเอิง ก็ถูกแฟนบอลร้องเพลงเหยียดผิว และทำเสียงเลียนแบบเสียงลิง

ดานี อัลเวส ของบาร์เซโลนา ลงเล่นพบ บียาร์เรอัล ในลาลีกา สเปน ถูกแฟนบอลโยนกล้วยหอมลงมาบริเวณมุมธงในขณะกำลังจะเตะมุม แต่อัลเวส ก็แก้เผ็ดด้วยการหยิบกล้วยขึ้นมากิน ซึ่งจากนั้นแฟนบอลเจ้าถิ่น ก็ถูกแบนห้ามเข้าสนามตลอดชีวิต

 เอ็มมานูเอล เอบูเอ ของกาลาตาซาราย ในลีกตุรกี ถูกแฟนบอล เบซิคตัส ตะโกนด่า แสดงพฤติกรรมเหยียดผิว ปาขวดน้ำ ไฟแช็คใส่ จนร้องไห้

 ปาทริซ เอวรา ของแมนฯยู ก็ถูก หลุยส์ ซัวเรซ ของลิเวอร์พูล ในขณะนั้น ใช้ถ้อยคำเหยียดผิว ซึ่งซัวเรส เองก็ยอมรับว่าพูดคำว่า “นิโกร” แต่ไม่ได้มีเจตนาเหยียดผิดเพื่อร่วมอาชีพ นอกจากนี้ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ทั้งเควิน ปรินซ์ บัวเต็ง นักเตะชาวกาน่า ของเอซี มิลาน , ซามูเอล เอโต นักเตะแคเมอรูน ของบาร์เซโลนา และ ราฮีม สเตอร์ริง นักเตะอังกฤษของแมนฯซิตี้ ที่ถูกแฟนบอลเชลซี เหยียดผิว

หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เหตุการณ์เหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติในวงการกีฬา และวงการฟุตบอลจะหมดไป แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ยาก ที่จะเปลี่ยนความคิดของแฟนกีฬาเหล่านี้ก็ตาม